Sc4logo-nv5-dk-ccw-377
Navaporn-4-Thai-cr

จานีน ยโสวันต์

เป็นโอกาสที่ดีอีกครั้งหนึ่งที่ดิฉันระลึกและทบทวน ถึงประสบการณ์ใช้ชีวิต
ในจังหวัดปัตตานี ซึ่งผู้คนเรียกว่า Deep-South Thailand การเดินทางไปศึกษาที่
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ได้เปลี่ยนมุมมองของดิฉันเกี่ยวกับวัฒนธรรมและ
ประเพณีทางภาคใต้อย่างสิ้นเชิง ด้วยความสนใจอย่างแท้จริงในสิ่งแวดล้อม
รอบตัว

ดิฉันใช้เวลาประมาณสี่ปีในมหาวิทยาลัยและระยะเวลาเกือบสองปีเป็นข้าราชการ
ครูในโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดใหญ่แห่งหนึ่งที่มีชื่อว่าโรงเรียนโพธิ์คีรีราชศึกษา
ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมือง ประมาณ 30 กิโลเมตร

ในวันนั้นดิฉันได้พบพ่อแม่ของคุณนวพร สุกุมารพันธุ์ที่มาเป็นผู้ชมและผู้ร่วมงานใน
การแข่งขันกีฬาที่จัดขึ้นที่โรงเรียน ในปีพ.ศ. 2523 จังหวัดปัตตานีเป็นเจ้าภาพการ
แข่งขันกีฬาเขตครั้งที่ 14 ภาพความหลัง ดิฉันจำได้ว่าหลายๆ โรงเรียนและรัฐบาล
ได้จัดเตรียมทุกอย่างเป็นเวลาหนึ่งปีเพื่อการแข่งขันกีฬาที่จัดขึ้นเพียงวันเดียวแต่
ทุกคนรู้สึกมีความสุขและอยากให้งานประสบความสำเร็จ   

Dance1cr

สำหรับการเตรียมพร้อม ที่เห็นได้ชัดคือ สามีของดิฉัน เกษม ยโสวันต์ ที่เคยเป็น
ประธานเชียร์ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ทำหน้าที่คุมแสตนด์เชียร์แปรอักษร
ในขณะที่ไปทำหน้าที่เป็นผู้พิพากษาในศาลจังหวัด ปัตตานี

แสตนด์ สำหรับการแปรอักษรประกอบด้วยนักเรียนจากโรงเรียนมัธยมสามโรงเรียน
นอกเหนือไปจากงานตามปกติของเขาแล้ว คุณเกษมได้ช่วยเหลือชุมชนและให้
ตัวอย่างที่ดีสำหรับความกลมเกลียวกันในสังคม โรงเรียนมัธยมศึกษา  วิทยาลัย
อาชีวะ วิทยาลัยเทคนิค และโรงเรียนมุสลิม มีการประชุมกันเรื่องการวางแผนและ
การจัดงาน สำหรับพิธีเปิด โรงเรียนมุสลิมได้เตรียมการเดินขบวนพาเหรดของรูป
นกประดิษฐ์ ในเทพนิยายขนาดใหญ่สองตัวที่เคยใช้เพื่อต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง
ที่สำคัญในประวัติศาสตร์ภาคใต้ไทย มาก่อน

Patani-cr

นกตัวแรกนกในวรรณคดีภาคใต้ ชื่อนกบุหรงสิหงอ ซึ่งมีหน้าเป็นสิงห์ นกตัวที่สอง
มีชื่อเรียกว่าเรียกว่า นกกาเคาะซูรอ ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับนกการเวกในเทพ
นิยาย นกทั้งสองชนิดถือว่าเป็นสัตว์บนสวรรค์ ผู้ที่มาชมงานสนใจการเดินขบวน
เพราะชายและหญิงชาวมุสลิมสวมเครื่องแต่งกายพื้นเมืองราวกับใส่ในงาน พิธีที่
สำคัญเช่นงานแต่งงาน ชายสวมผ้าโพกศีรษะ เสื้อ ผ้าไหมและกางเกงที่มีชื่อ
เรียกว่า เซเลนดัง มีกริชแนบไว้ที่เอว เสมือนกับว่าพวกเขาแต่งกายเต็มชุดเพื่อให้
เกียรติงานพิธี ดิฉันจำได้ว่าในงานมีการแสดงการรำที่น่าประทับใจสามชุด การ
แสดงทั้งหมดประสบความสำเร็จด้วยความช่วยเหลือจากคุณครูศิลปะจากโรงเรียน
โพธิ์คีรีราชศึกษาและที่สำคัญสองท่าน หนึ่งในนั้นที่ดิฉันอยากพูดถึงคืออาจารย์
เนาวรัตน์ สุกุมารพันธุ์ ที่เป็นสามีของอาจารย์ พิมพ์รัตน์ สุกุมารพันธุ์ (ณ นคร)
ทั้งคู่มีบุตรสาว คือ คุณนวพร สุกุมารพันธุ์  เธอได้ทุนไปเรียนศิลปะการแสดงที่
วิทยาลัยนาฎศิลป์ กรุงเทพมหานคร ขณะที่เธอยังเด็ก(ประมาณประถมศึกษา
ปีที่ 5) ในงานนี้เธอกลับมาที่บ้านเพื่อถือป้ายให้กับโรงเรียนโพธิ์คีรีราชศึกษา

วันเวลาเลยผ่านไปมากกว่าสามทศวรรษ

เพื่อนคนหนึ่งทางเฟซบุ๊กที่เป็นช่างภาพที่ถ่ายภาพพรีเว็ดดิ้งได้ส่งภาพผู้หญิงเทิน
หม้อน้ำไว้บนศีรษะเดินไปในป่าละเมาะ และต่อมาดิฉันได้เห็น คลิปวิดีโอการร่ายรำ
ประกอบวงดนตรี ที่เรียกว่า  “อัสลีมาลา” ดิฉันคิดว่านี่เป็นการรำที่สวยงามมาก
ภาพผู้แสดงหญิงทำให้ดิฉันนึกขึ้นมาได้ว่าเธอจัดท่าทางเอาไว้ดีมาก และดิฉันรู้สึก
อยากพูดคุยกับเธอจริงๆ

NV2-cr

ดิฉันใช้เวลาอยู่พักหนึ่งในการติดต่อคุณนวพรทางเฟซบุ๊ก ตอนแรกดิฉันจำเธอ
ไม่ได้เลย ดิฉันไม่ได้เห็นเธอมามากกว่าสามสิบปีแล้ว คำถามแรกที่ดิฉันถามเธอ
คือเรื่องราวส่วนตัวและการทำงาน ดิฉันพบว่าเธอเป็นลูกสาวของครูสอนศิลปะใน
โรงเรียนที่ดิฉันไปสอนหลังจากที่ดิฉันจบการศึกษา ดิฉันพบว่าจังหวัดปัตตานีช่วย
ให้เธอมีเส้นทางที่มั่นคงสำหรับอนาคตตอนที่เธอเป็นตัวแทนของประเทศไทยและ
ได้เดินทางไปต่างประเทศในหลายๆโอกาส

NV05-cr

จานีน: ดิฉันอยากทราบเกี่ยวกับชีวิตและประสบการณ์ในฐานะที่เป็นศิลปิน

นวพร: ดิฉันเป็นนักเรียนทุนของจังหวัดปัตตานี ผ่านการสอบและได้รับการคัดเลือก
ให้ไปเรียนที่วิทยาลัยนาฎศิลป์ตอนที่เรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

ดิฉันเรียนอยู่เป็นเวลาหลายปีและได้รับวุฒิปริญญาตรีจากที่นั่น วิชาเอกคือ
ศิลปะการแสดงและวิชาโทคือศิลปะดนตรี ในปีพ.ศ. 2533 ดิฉันเป็นตัวแทนสำหรับ
โปรแกรมการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกับประเทศทาจีกิสถานเป็นเวลาหกเดือน ต่อมา
นักเรียนไทย 20 คนและดิฉันได้รับการติดต่อให้ไปทำการแสดงที่เมืองเปียงยาง
เมืองหลวงของประเทศเกาหลีเหนือ ถ้าจะว่ากันตามจริงแล้วคนเกาหลีมีระเบียบ
วินัยสูง ทำงานรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่พวกเราคนไทยหลายคนยัง
ขาดอยู่ ปีพ.ศ. 2543 ดิฉันได้รับเชิญ ให้ไปทำงานเป็นครูสอนวัฒนธรรมการแสดง
ที่ศูนย์การเรียนทางไกลในนิวยอร์ค สถานที่คือวัดพุทธไทยถาวรวนาราม ดิฉันเป็น
ครูสอนร่วมกับพระสงฆ์ชาวไทยและพวกเราสอนเป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
พวกเรามีนักเรียนประมาณ 300 คนที่มาจากรัฐต่างๆในอเมริกาและพวกเขามี
โอกาสได้เข้าร่วมในงานเทศกาลฤดูร้อน หลังจากนั้นดิฉันเดินทางไปสอน
ศิลปะการแสดงให้กับกลุ่มนักศึกษาไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศออสเตรีย เยอรมนี
ฝรั่งเศสและประเทศเบลเยี่ยม

NV03-cr

ส่วนเรื่องชีวิตส่วนตัวดิฉันแต่งงานกับคนไทย อาศัยอยู่ที่นิวยอร์คและมีลูกสาวหนึ่ง
คน โชคไม่ดีที่สามีดิฉันเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์หลายปีมาแล้ว ดิฉัน
แต่งงานใหม่อีกครั้งหนึ่งกับศิลปินชาวเบลเยี่ยม

IMG2016011815-cr

จานีน: ดิฉันอยากทราบเกี่ยวกับความมุ่งมั่นของคุณในงานที่คุณรู้สึกภูมิใจ

นวพร: มองย้อนกลับไปตอนการแข่งขันกีฬาเขตในปีพ.ศ. 2523 คุณแม่ของดิฉัน
มาจากครอบครัวที่มีชื่อเสียงในการรำไทย “นามสกุล ณ นคร” เป็นผู้รับผิดชอบการ
เต้นรำทั้งหมด 3 ชุดในพิธีปิด ชุดแรกคือระบำรองเง็ง แสดงโดยชายหญิงคู่หนึ่ง
เป็นการแสดงที่สำคัญในสามจังหวัดภาคใต้มาเป็นเวลาหลายร้อยปี ด้วยอิทธิพล
จากอารยธรรมตะวันตก ที่มารุกรานทางใต้ของประเทศไทยเพื่อหาอาณานิคมแห่ง
ใหม่ ผู้ชายมีผ้าเช็ดหน้า และผู้หญิงมีผ้าคลุมไหล่ หลายปีผ่านไป ท่าเต้นรำ
จังหวะและเครื่องดนตรีได้เปลี่ยนไปอย่างมาก มีความเชื่อว่าการเต้นรำนี้มีต้น
กำเนิดมาจากโปรตุเกสและสเปน ผู้เต้นหญิงมีผ้าคลุมไหล่คล้องคอไว้
ส่วนเครื่องดนตรีหลักคือไวโอลิน แบนโจ แอคคอเดี้ยน กลองรำมะนา (กลองจาก
โปรตุเกส) ฆ้อง และกลองสองหน้า (กลองแขก)

N04-cr

จะเห็นได้ว่าการเต้นแบบไหนก็ตามที่มีผ้าคลุมไหล่นั้นเป็นประเพณีของการเต้น
แบบมลายู นอกจากการใช้ทั้งความรู้จากเอกสารงานวิจัยและวิทยานิพนธ์ ดิฉันได้
ใช้ความรู้ที่ได้รับมาจากคุณแม่ของดิฉันด้วย พวกเราเคยได้ทำงานร่วมกับราชวงศ์
หลายครั้งในกรุงเทพ การเต้นรองเง็งมีรายละเอียดมากมายเกี่ยวกับเพลง ท่าเต้น
เครื่องแต่งกาย และเครื่องดนตรี ซึ่งขณะนี้ กรมศิลปากรพยายามที่จะรักษาการ
เต้นรำเอาไว้เพื่อให้นักศึกษารุ่นใหม่ได้เรียนรู้และฝึกฝน

การแสดงชุดที่สองเป็นการรำพัดแบบพื้นเมืองที่เรียกกันว่า“ตาลีกีปัส” ที่จริงแล้ว
พัดต้องทำมาจากหนังสัตว์แท้เท่านั้น แต่เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายในการแข่งขันกีฬา
คุณแม่ของดิฉันเลยตัดสินใจใช้พัดกระดาษเพราะมีราคาถูกกว่ามาก คุณพ่อของ
ดิฉันและทีมงานเหลาไม้ไผ่เป็นเวลาเกือบปีเพราะเวทีการแสดงกลางแจ้งที่ต้องใช้
นักเรียนจำนวนหนึ่งพันคน ทุกคนรู้สึกเหน็ดเหนื่อยมากแต่ก็รักในการทำการแสดง
การรำพัดแบบมลายูหรือตาลีกีปัสได้รับอิทธิพลมาจากวัฒนธรรมโปรตุเกสและฮินดู
นักสำรวจสมัยโบราณและการล่าอาณานิคมมีบทบาทสำคัญกับประเพณีท้องถิ่นที่
เกิดในแหลมมลายูและศิลปะอาหรับที่มาปะปน เราสามารถเห็นได้ว่าการผสมผสาน
งานศิลปะชนิดต่างๆเป็นไปได้ค่อนข้างดี

การแสดงชุดสุดท้ายเพื่อปิดการแข่งขันกีฬาในตอนกลางคืนคือการรำเทียน การ
ร่ายรำชนิดนี้สวยงามและอ่อนโยนมาก เป็นการแสดงผสมผสานการเต้นรำของ
ฟิลิปปินส์และอินโดนิเซีย ดิฉันและทีมงานเคยทำการแสดงชุดนี้ในต่างประเทศ
ชาวฟิลิปปินส์หลายคนที่ได้รับชมการแสดงชุดนี้ถึงกับหลั่งน้ำตาทีเดียว

จานีน: ดิฉันอยากทราบเกี่ยวกับความคิดเห็นส่วนตัวเกี่ยวกับการแสดงพื้นบ้านและ
สังคมไทย

IMG2016011813-cr

นวพร: ดิฉันสามารถบอกคุณตอนนี้ได้ว่าปัญหาด้านการเมืองมีผลกับมรดกของ
วัฒนธรรมไทยในหลายด้าน ชาวไทยเป็นทุกข์อย่างมากจากการสูญเสียตัวตนทาง
จิตวิญญาณ เมื่อเราพบว่าศิลปะทางวัฒนธรรมกลายเป็นธุรกิจ การหายไปของ
ตัวตนที่แท้จริงจึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ตัวอย่างเช่นการใช้พัดจีนในการรำไทย
มาจากการการเปลี่ยนแนวคิดและความเข้าใจผิดในศิลปะ อีกจุดหนึ่งที่ดิฉัน
อยากจะบอกก็คือการขาดบุคลากรทำให้เกิดความสูญเสียเช่นเดียวกัน เพิ่อการ
แก้ปัญหานี้ควรมีการจัดตั้งองค์กรที่เหมาะสมเพื่อดูแลปัญหานี้และสนับสนุนศิลปะ
และนักแสดงอย่างจริงจัง

นวพร สุกุมารพันธุ์มีการแสดงบ่อยครั้งและเธอมีความแน่วแน่ที่จะรักษาการแสดง
ของชนเผ่าพื้นเมืองภาคเหนือของประเทศไทยที่มีความสำคัญเท่ากันกับการแสดง
จากภาคอื่นของประเทศไทย

 

 

 

กรุณาลงความเห็น เกี่ยวกับบทความนี้

Scene4 Magazine: Janine Yasovant

ส่ง
อีเมล์
หน้านี้

จานีน ยโสวันต์ เป็นนักเขียน
เธออาศัยอยู่ในเชียงใหม่ประเทศไทย
สำหรับบทความและบทวิจารณ์อื่นๆ ของ จานีน ยโสวันต์
กรุณาตรวจดู แฟ้มเก็บข้อมูล:

Search Janine Yasovant
Click Here for this article in English 

©2016 Janine Yasovant
©2016 Publication Scene4 Magazine

 

 

Sc4Logo-394wir

February 2016

Cover | This Issue | inView | inFocus | inSight | Perspectives | Comments | Blogs | Contact Us | Recent Issues | Special Issues | Masthead | Contacts&Links | Submissions | Advertising | Subscribe | Books | Your Support | Privacy | Terms | Archives

 

Search This ISSUE

Search This Issue

Search The ARCHIVES

Search The Archives

 Share This Page

Email

Share in Facebook

Facebook

 


Scene4 (ISSN 1932-3603), published monthly by Scene4 Magazine - International Magazine of Arts and Media. Copyright © 2000-2016 AVIAR-DKA LTD - AVIAR MEDIA LLC. All rights reserved. Now in our 16th year of publication with Worldwide Readership in 126 Countries and comprehensive archives of 8500 pages.
 

Taos New Mexico www.scene4.com
Scientific American - www.scene4.com
Penguin Books-USA www.scene4.com
Character Flaws by Les Marcott at www.aviarpress.com
Bookends by Carla Maria-Verdino Süllwold - Scene4 Magazine - www.scene4.com
Thai Airways at Scene4 Magazine