P6cr-thai-2

เส้นทางศิลปะจากหัวใจเพื่อสังคม
อ.ปริญญา ตันติสุข ศิลปินแห่งชาติ

จานีน ยโสวันต์

ะหว่างวันที่ 4 – 28 มิถุนายน พ.ศ. 2568 ได้มีการจัดแสดงนิทรรศการครั้งสำคัญ
ในชื่อ "หลัก" โดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ปริญญา ตันติสุข ณ หอศิลป์แห่งชาติ
ถนนเจ้าฟ้า กรุงเทพฯ ดิฉันมีโอกาสได้สนทนากับ อาจารย์ปริญญา ตันติสุข และ
รวบรวมเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตและผลงานของศิลปินแห่งชาติท่านนี้มาแบ่งปันแก่
ผู้อ่าน เพื่อให้ทุกคนได้รู้จักท่านมากยิ่งขึ้น ผลงานของท่านมีลักษณะ
เชิงสัญลักษณ์ ถ่ายทอดความคิดและอารมณ์ในลำดับภาพที่เรียงร้อยอย่างงดงาม
ชวนให้ผู้ชมได้หยุดพินิจและสร้างจินตนาการภาพสะท้อนสังคมไทย  อย่างไร้
ขอบเขต ด้วยฝีมือและพรสวรรค์นี้ ท่านจึงได้รับเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติเมื่อ
หลายสิบปีก่อน

jy0725-p30

JY. อาจารย์ช่วยเล่าถึงจุดเริ่มต้นของการศึกษาด้านศิลปะ และเส้นทางการเรียนรู้
ที่หล่อหลอมให้เป็นศิลปินอย่างทุกวันนี้ได้ไหม?
PT. ผมขอแบ่งคำตอบออกเป็นสองส่วนครับ

1.   การศึกษาทางด้านศิลปะในระบบหรือในสถาบันการศึกษา

2.   การศึกษาทางด้านศิลปะนอกระบบหรือนอกสถาบันการศึกษา

เพราะทั้ง 2 ส่วนนี้มีความคิดเห็นว่าเป็นเส้นทางการเรียนรู้ที่หล่อหลอมให้ตนเอง
เป็นศิลปินอย่างวันนี้

jy0725-P20

การศึกษาศิลปะแบบเป็นทางการ:
ถ้าเล่าจุดเริ่มต้นของการศึกษาทางด้านศิลปะในสถาบันการศึกษา คำตอบคือ
โรงเรียนช่างศิลป กรมศิลปากร (ชื่อในขณะนั้น ปัจจุบันคือ วิทยาลัยช่างศิลป กรม
ศิลปากร) จบการศึกษาในระดับชั้นปี 2 สอบเทียบระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย
ได้ จึงสอบเข้าศึกษาต่อและจบการศึกษาในระดับปริญญาตรีที่คณะจิตรกรรม
ประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร หลังจบการศึกษาได้เข้ารับ
ราชการเป็นอาจารย์ที่วิทยาลัยช่างศิลป และเข้าศึกษาในระดับปริญญาโทที่
บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร โดยมีคณะจิตรกรรม ประติมากรรมและ
ภาพพิมพ์ดูแลอำนวยการสอน ระหว่างศึกษาได้รับทุนจากกระทรวงศึกษาธิการ
ญี่ปุ่น (Monbusho) ไปศึกษาดูงานเป็นเวลา 1 ปีครึ่ง ดูแลโดยคณะศึกษาศาสตร์
และบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยชิสุโอกะ (Shizuoka University) เหล่านี้เป็น
การศึกษาในระบบสถาบันการศึกษา

jy0725-p23

การเรียนรู้นอกระบบการศึกษา:
สิ่งที่มีอิทธิพลมากยิ่งกว่าคือ ผมเกิดในครอบครัวที่พ่อแม่เป็นศิลปิน จึงเติบโตมา
ท่ามกลางผลงานของท่าน เช่น ภาพวาดบนผนัง งานที่ยังทำไม่เสร็จพิงอยู่ตาม
ผนัง ทำให้ซึมซับความตั้งใจและความรักในศิลปะตั้งแต่เล็ก ๆ และเริ่มรักการวาด
ภาพอย่างเป็นธรรมชาติ จนสามารถหารายได้เล็ก ๆ น้อย ๆ จากการวาดการ์ตูน
ขายในวัยเยาว์ ความหลงใหลนี้มีอิทธิพลต่อรูปแบบศิลปะในภายหลัง

นอกจากพ่อแม่แล้ว ภรรยา ลูก ๆ และเพื่อน ๆ ก็เป็นผู้ร่วมสนทนาเรื่องชีวิต ศิลปะ
และความรู้ ที่ท้าทายความคิดและหล่อหลอมเส้นทางการสร้างสรรค์ของผม
เช่นกัน

jy0725-p26

JY. เส้นทางอาชีพของอาจารย์ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงการได้รับการยกย่องเป็นศิลปิน
แห่งชาติ มีช่วงเวลาไหนที่ถือว่าสำคัญหรือเปลี่ยนแปลงชีวิตท่านบ้าง?
PT . หลังจบปริญญาตรีในปี 2520 ผมยังคงพัฒนาผลงานต่อจากวิทยานิพนธ์
ปริญญาตรี "พื้นผิว สี และสัญลักษณ์" ซึ่งเน้นสื่อสารด้านลบของชีวิต ความ
เจ็บปวด ความเศร้าหมอง ความเก็บกด ผ่านใบหน้าเชิงเรขาคณิตและพื้นผิวขรุขระ
แสดงร่องรอยแห่งชีวิต สะท้อนความรู้สึกเจ็บปวดและโกรธในขณะนั้น

jy0725-P5

แต่หลังจากนั้นไม่นาน ชีวิตก็เปลี่ยน ผมต้องการเริ่มต้นใหม่ และถ่ายทอดมุมมอง
เชิงบวกในงานศิลปะ แม้ผลงานด้านลบจะมีคุณค่า แต่ทัศนคติของผมเปลี่ยนไป
จึงหันไปใช้รูปแบบนามธรรม พื้นผิวเรียบ สีสว่าง และเริ่มทดลองใช้ภาษาการ์ตูน
สะท้อนชีวิต ธรรมชาติ และความรู้สึกของมนุษย์—เพื่อน คนรัก สัตว์ ต้นไม้ สายรุ้ง
ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ แม่น้ำ และภูเขา งานชุดนี้กลายเป็นหัวข้อวิทยานิพนธ์
ระดับปริญญาโท "รูปทรงและสีของจินตนาการ" (2523–2525) ซึ่งถือเป็นจุด
เปลี่ยนครั้งสำคัญ ตัวอย่างผลงานคือ "จิตรกรรม 2," "ตัวฉัน," "แสงจันทร์," และ
"ความรัก"

ปี 2528 ได้รับทุนไปศึกษาดูงานที่ญี่ปุ่น 1 ปีครึ่ง ได้รับการดูแลจาก Professor
Shigeharu Okamoto ได้เห็นงานสำคัญของญี่ปุ่น เอเชีย และตะวันตก ผม
ประทับใจในความเป็นญี่ปุ่นที่ผสมผสานวัฒนธรรมดั้งเดิมกับวิทยาศาสตร์ จึงเริ่ม
ทบทวนอัตลักษณ์ไทย โดยใช้ "เพลงกล่อมเด็ก" ที่สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงรา
ชานุภาพทรงรวบรวมไว้ มาเป็นแรงบันดาลใจ ผลงานในช่วงนี้"บทกลอนกล่อมเด็ก
ชื่อ ลมพัด" "บทกลอนกล่อมเด็กชื่อ โยเย" "บทกลอนกล่อมเด็กชื่อ นกขมิ้น" เป็น
ต้น แสดงการเปลี่ยนแปลงสู่รากวัฒนธรรมไทย

ปี 2530 ผมย้ายไปอยู่ภาควิชาศิลปไทย มหาวิทยาลัยศิลปากร และศึกษากับ
ศิลปินอาวุโสเช่น ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ชลูด นิ่มเสมอ และอาจารย์จุลทัศน์
พยาฆรานนท์ งานวิชาการทำให้ผมคิดค้นชุด "สนทนา-ปัญญา"ที่ใช้ภูมิทัศน์
เรขาคณิตแทนการแลกเปลี่ยนปัญญา เช่น รูปสามเหลี่ยม โครงสร้างซ้อนกัน สีทึบ
และวัสดุโลหะ ตัวอย่างงานคือ เช่น "ปัญญา" "ทิวทัศน์แห่งปัญญา"
การพานักศึกษาออกภาคสนาม ศึกษาศิลปกรรมตามวัด โบราณสถาน การศึกษา
คติความเชื่อหลักธรรมในศาสนาทำให้เกิดความศรัทธาที่นำไปสู่ชุดงานต่อมาที่ชื่อ
ว่า "ไตรรัตน์" เป็นการพัฒนาเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นไปเองตามธรรมชาติของ
ความรู้สึกภายในตนเอง ที่ใช้สัญลักษณ์พุทธศาสนา แม้บางคนอยากให้ผมกลับไป
ทำงานแบบเก่า แต่ผมเลือกเดินตามทางธรรม ผลงานเด่นได้แก่ เช่น "ไตรรัตน์
และผู้นมัสการ" "ไตรรัตน์และอวิชชา" "อนุสาวรีย์"

jy0725-P9

ปี 2542 ระหว่างดำรงตำแหน่งรองคณบดี งานบริหารขัดแย้งกับจิตใจศิลปิน จึง
เกิดชุด "วัฏฏะ" และ "ทางธรรม" ที่เน้นสัญลักษณ์แสดงความไม่เที่ยง เช่น สวัสดิ
กะ วงก้นหอย และคลื่น เช่น "วัฏฏะ" และงานสามมิติอย่าง โลกและสวรรค์" ที่
แสดงในเอเชียนเกมส์ครั้งที่ 13

ปี 2552 ในตำแหน่งคณบดี งานศิลปะกลายเป็นที่พึ่งทางใจและความรับผิดชอบ
เพราะตำแหน่งนี้ต้องแสดงความเป็นผู้นำด้านความคิดสร้างสรรค์ ผมเริ่มสนใจ
แนวคิด "บ้าน" โดยเริ่มจากครอบครัวและสัตว์เลี้ยง จนขยายไปสู่สังคม ประเทศ
และโลก ผลงานเช่น "บ้าน: บัว," "บ้าน: วิกฤตการเมือง,"และ "บ้าน: ดินแดน
เกษตร"

ปัจจุบัน แม้โลกจะเผชิญภัยธรรมชาติ สงคราม สิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรม และ
คุณธรรมลดลง ผมยังคงหันหน้าเข้าหาธรรมะ ซึ่งกลายเป็นแรงบันดาลใจของงาน
ชุดล่าสุด "หลัก" ที่เน้นเนื้อหา รูปแบบ และเทคนิคที่เข้มข้นยิ่งขึ้น

jy0725-P11

JY. อาจารย์มองบทบาทและคุณค่าของศิลปะในชีวิตมนุษย์ โดยเฉพาะใน
สังคมไทยปัจจุบันอย่างไรคะ?

PT. "ศิลปะ" คืออาหารสำหรับการพัฒนาผัสสะและจิตใจของมนุษย์ เป็นเครื่องมือ
สำคัญในการเสริมสร้างความสมบูรณ์ทั้งทางร่างกายและจิตวิญญาณ

ศิลปะทัศนศิลป์ เช่น จิตรกรรมและประติมากรรม ช่วยพัฒนาการมองเห็น ดนตรี
ช่วยพัฒนาการฟัง ศิลปะการแสดงรวมทั้งสองประสาทสัมผัสเข้าด้วยกัน ทำให้เกิด
ความลึกซึ้งทางอารมณ์ ทั้งในด้านสุขและทุกข์ ศิลปะที่ดีช่วยสร้างรสนิยมที่ดี ทำ
ให้เราแยกแยะความงามและความกลมกลืน และช่วยเสริมพลังทางใจและความสุข
ในโลกที่เผชิญวิกฤต ศิลปะยังมีความสำคัญในฐานะสื่อเยียวยาและเปลี่ยนแปลง
สังคม ศิลปินมักสะท้อนชีวิตและสิ่งแวดล้อมในงานของตน ทำให้งานศิลป์
กลายเป็นกระจกของความจริงและคุณค่าทางสังคม ศิลปะจึงเป็นภาษาสากล
ถ่ายทอดความคิด ความรู้สึก และแรงบันดาลใจ ทั้งยังปลอบประโลมผู้สร้างและ
ผู้รับ ศิลปะจึงมีพลังจิตวิญญาณที่ช่วยสร้างความตระหนัก และขับเคลื่อนการ
เปลี่ยนแปลงเชิงบวกทั้งในประเทศและทั่วโลก

jt0725-P24

JY. อาจารย์มีปรัชญาการสร้างสรรค์อย่างไร และอยากฝากอะไรถึงศิลปินรุ่นใหม่
PT. ผมเคยเขียนไว้ในหนังสือ "ศิลปินแห่งชาติ พ.ศ. 2561"ว่า:

"ความพอเพียง" คือรู้จักหยุด รู้จังหวะการวางเนื้อหา ไม่มากหรือน้อยเกินไป

"วินัย" คือการทำงานอย่างเป็นระบบ รู้ขั้นตอนและใส่ใจเครื่องมือ

"ความประณีต" ไม่ใช่แค่เทคนิค แต่รวมถึงความคิดที่ลึกซึ้ง

"ความเรียบง่าย" คือการทำให้น้อยได้มาก ด้วยปัญญาและรสนิยม

เหล่านี้ไม่ใช่กฎตายตัว แต่เป็นแนวทางให้ศิลปินรุ่นใหม่นำไปปรับใช้ตามความ
เหมาะสม

jy0725-P18

JY. อาจารย์มีส่วนร่วมในโครงการเพื่อสังคมหลายอย่าง อยากให้เล่าให้ฟังหน่อย
ค่ะว่าศิลปินสามารถทำอะไรเพื่อสังคมได้บ้าง?
PT. พันธกิจของอาจารย์ในสถาบันการศึกษานั้น รวมถึงการให้บริการวิชาการแก่
สังคมและชุมชนด้วย ตั้งแต่เริ่มสอนจนถึงตำแหน่งบริหาร ผมได้ร่วมโครงการ
มากมายที่นำความรู้ด้านศิลปะไปใช้เพื่อพัฒนาสังคม

ศิลปะไม่ได้จบลงที่ขาหยั่ง แท่นปั้น แท่นพิมพ์ แต่สมบูรณ์เมื่อส่งต่อสู่สังคม ศิลปะ
คือภาชนะแห่งความคิดและอารมณ์มนุษย์ หล่อเลี้ยงจินตนาการและจิตใจ ศิลปิน
จึงควร "ปรุงอาหารจานนี้" ด้วยความตั้งใจและจริงใจ เพื่อยกระดับจิตใจผู้ชม

jy0725-P2

ศิลปะมีพลังแปลงเปลี่ยน เพราะอิงความจริง ความดี และความงาม ที่กระตุ้น
ความคิดสร้างสรรค์และความลึกซึ้งของมนุษย์ ช่วยสร้างคน ซึ่งเป็นทรัพยากรที่มี
ค่าสำหรับอนาคตของประเทศ อีกทั้งยังสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ช่วยลดความ
ยากจน และพัฒนาคุณภาพชีวิต หลายประเทศจึงให้การสนับสนุนศิลปะในฐานะ
เครื่องมือพัฒนามนุษย์และชาต

ศิลปินสามารถใช้ผลงานเป็น "ปากเสียง" เพื่อสร้างความตระหนักและจุดประกาย
การเปลี่ยนแปลง เช่น รองศาสตราจารย์ ศรีวรรณ เจนหัตถการกิจ จัดงาน "Art for
Earth" ที่เชียงราย รวบรวมศิลปิน 111 คนจากทั่วประเทศ นำรายได้จากงานศิลป์
ไปสนับสนุนโครงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

กิจกรรมเช่นนี้เริ่มมีมากขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องน่ายินดี และควรได้รับการสนับสนุนต่อเนื่อง
จากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชน เพื่อให้ศิลปะมีบทบาทอย่าง
ยั่งยืนในสังคมไทย

jy0725-p19

ส่ง
อีเมล์
หน้านี้

 

การเลือกรูปภาพและข้อความ
Danin Adler

จานีน ยโสวันต์ เป็นนักเขียน
เธออาศัยอยู่ในเชียงใหม่ประเทศไทย
สำหรับบทความและบทวิจารณ์อื่นๆ ของ จานีน ยโสวันต์
กรุณาตรวจดู
 แฟ้มเก็บข้อมูล

Click Here for this article in English
                    
©2025 Janine Yasovant 
                    
©2025 Publication Scene4 Magazine

 

inSight

 July 2025

 

  Sections Cover · This Issue · inFocus · inView · inSight · Perspectives · Special Issues
  Columns Adler · Alenier · Alpaugh · Bettencourt · Jones · Luce · Marcott · Walsh 
  Information Masthead · Your Support · Prior Issues · Submissions · Archives · Books
  Connections Contact Us · Comments · Subscribe · Advertising · Privacy · Terms · Letters

|  Search This Issue | Search Archives | Share Page |

Scene4 (ISSN 1932-3603), published monthly by Scene4 Magazine
of Arts and Culture. Copyright © 2000-2025 Aviar-Dka Ltd

 July 2025

Thai Airways at Scene4 Magazine
HollywoodRed-1