P13-cr

ปุ่น อาทิตย์ อมรชร 

จานีน ยโสวันต์

ปุ่น อาทิตย์ อมรชร มีบ้านอยู่ที่อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เป็นศิลปิน
อิสระที่มาพำนักอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ หลายปีแล้ว ดิฉันเห็นงานของเขามาหลาย
ครั้ง ที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเองในการแสดงออกในการเป็นตัวตน ที่เป็นภาพ
สะท้อนตั้งแต่ความคิดกับเวลาเมื่อเยาว์วัย และมีความสม่ำเสมอ เวลาขณะนั้นเมื่อ
ผ่านมาหลายปี ดิฉันเห็นความไม่เที่ยงแท้ของชีวิตที่ภรรยาของเขาเจ็บป่วยและ
เสียชีวิตก่อนวัยอันควร ทั้งที่หลังการแต่งงานน่าจะเป็นเวลาที่มีความสุขของชีวิต
วัยหนุ่มสาว แต่โลกก็ไม่ได้จัดสรรความสุขให้คนเสมอไปภาพเบื้องหน้า สิ่งเดียวท่

P5-Home-Maerim-cr

ดิฉันทำได้ในตอนนั้นคือภาวนาให้เขาได้พบความสันติสุข
การสัมภาษณ์ครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อมอบความหวังและความอบอุ่นให้กับ
ผู้อ่านท่ามกลางโลกที่เต็มไปด้วยความยากลำบากในปัจจุบัน

JY. กรุณาช่วยเล่าถึงชีวิตในวัยเด็ก ครอบครัว และสิ่งแวดล้อมรอบตัวที่มีอิทธิพล
ต่อความสนใจด้านศิลปะ
PA.
เดิมทีด้วยพ่อและแม่ เป็นคน จังหวัด นครศรธรรมราช ผมเลยเกิดที่
นครศรีธรรมราช แต่พอ ผมอายุได้เพียง7 เดือน คุณพ่อย้ายไปทำงานที่
จ.นราธิวาส ทั้งครอบครัวเลยย้ายไปอยู่ที่ จ.นราธิวาส ตั้งแต่นั้นมา
ชีวิตวัยเด็กของผมหลักๆเลยเป็นชีวิตที่ จ.นราธิวาส รู้สึกสนุกกับชีวิตวัยเด็กที่นั่น
มากๆ วัยเด็ก เป็นเด็กทั่วๆไปที่ชอบขีดๆเขียนๆวาดรูปตามปกติ แต่คิดว่าช่วงวัย
ของผม ผมเป็นเด็กที่ตั้งใจเรียนในห้อง เวลากลับถึงบ้านเลยไม่ค่อยได้ทบทวน
หนังสืออะไรมากนัก จะใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการดูการ์ตูนและวาดรูปจากหนังสือ
การ์ตูน โดยเฉพาะผลงานของอาจารย์ Toriyama Akira ผู้สร้างสรรค์เรื่อง
Dragonball สิ่งเหล่านี้เลยอาจเป็นจุดที่ทำให้ชอบการวาดรูปและงานศิลปะ
จำได้ว่า รูปวาดที่ขายได้รูปแรกในชีวิต คือ รูปสัตว์ต่างๆวิ่งเล่นอยู่ในป่า ในราคา
20 บาท ผู้ซื้อผลงานชิ้นนั้นคือ คุณพ่อและแม่ พ่อและแม่คงเห็นผมนั่งขีดๆวาดๆ
เล่นอยู่ในสมุดเรียนเล่มเก่า ท่านเลยไปซื้อ อุปกรณ์ต่างๆให้ กระดาษเทาขาว
ขนาดA1  ดินสอ ดินสอสี ฯลฯ  ส่งให้ผม และบอกว่า อยากวาดอะไรวาดเลย
เดี๋ยวจะซื้อผลงานชิ้นนี้เอง นั่นคือผลงานชิ้นแรกในชีวิตที่ขายได้ เมื่อกว่า 30 ปีที่
แล้ว พวกท่านไม่เคยห้าม และยังสนับสนุนการทำงานศิลปะของผมตลอดในทุกๆ
ช่วงชีวิต

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นหลังจบมัธยมต้น (ม.3) ผมสอบเข้าเรียนต่อ ม.4 ที่
โรงเรียนเดิมในจังหวัดนราธิวาสเหมือนเพื่อน ๆ ส่วนใหญ่เลือกสายวิทย์-คณิต แต่
ผมเลือกสายภาษาไทย-สังคม เพราะเริ่มสนใจวรรณกรรมและสังคม และยังสอบ
ได้ที่ 1 ของสายด้วย
วันหนึ่งก่อนวันมอบตัว แม่ผมไปตลาดแล้วบังเอิญเจอครูแนะแนวของโรงเรียน ครู
เล่าว่ามี  "ช่างศิลปนครศรีธรรมราช" เพิ่งเปิดได้ปีที่สอง แนะนำให้ลองสมัคร แม่
กลับมาถามผมว่ามีความสนใจไหม ผมตอบทันทีว่า “สนใจครับ”
นอกจากรักการวาดรูป ผมยังอยากออกไปเห็นโลกกว้าง — ตอนนั้นเริ่มเข้าสู่วัยรุ่น
แล้ว วันรุ่งขึ้นผมกับแม่จึงเดินทางจากนราธิวาสไปนครศรีธรรมราช นั่นคือ
จุดเริ่มต้นของชีวิตศิลปะใหม่ในวัย 15 ปี
เมื่อไปถึง วิทยาลัยกำลังเตรียมเปิดภาคเรียนใหม่ ผมพลาดช่วงรับสมัครไปแล้ว!
แต่เพราะโรงเรียนยังใหม่ เขาจึงเปิดรับเพิ่มเติมอยู่ แม่พาผมไปพบครูคนหนึ่ง ท่าน
ดูใบเกรดแล้วถามว่า “เรียนวิชาทั่วไปได้ดีขนาดนี้ ทำไมอยากเรียนศิลปะ?” ผม
ตอบว่า “เพราะอยากเรียนวาดรูปครับ”
อาจารย์ก็บอกว่า งั้นทางวิทยาลัยขอใบทรานสคริปต์ตัวจริงนี้ไว้
แล้วอีกวันมาลงทะเบียนเหมือนเพื่อนๆคนอื่นๆนะ ผมได้เข้าเรียน โดยที่ไม่ได้สอบ
ชีวิตที่วิทยาลัยศิลปะนครศรีธรรมราชสนุกมาก เพื่อนร่วมชั้นทุกคนมีพื้นฐานศิลปะ
ดีมาก ส่วนผมมาจากสายวาดการ์ตูน จึงรู้สึกตามไม่ทันในตอนแรก แต่เพื่อน ๆ ใจ
ดีและให้แรงบันดาลใจ สามปีนั้นเต็มไปด้วยการเติบโต ได้ทั้งพื้นฐานศิลปะ
เทคนิค และมิตรภาพล้ำค่า
หลังเรียนจบระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.3) ผมสอบเข้าและได้ศึกษาต่อที่
คณะจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร นั่นคืออีกบท
หนึ่งของการเดินทางทางศิลปะ ผมอยู่หอใกล้มหาวิทยาลัย ต่อมาครอบครัวก็ย้าย
มาอยู่ที่นนทบุรีกันทั้งครอบครัว

P3cr

ที่ศิลปากร ผมได้พบคนเก่งมากมาย ยิ่งทำให้ต้องพัฒนาตัวเองทั้งด้านศิลปะและ
จิตใจ ผมได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปินหลากหลายแนว แนวเหมือนจริงและเหนือ
จริง พื้นฐานจากการ์ตูนและภาพยนตร์ยังคงมีอิทธิพลต่อผลงาน ผมชอบผสมสอง
สิ่งนั้นเข้าด้วยกัน
ปีสอง นักศึกษาต้องเลือกวิชาเอกคู่ก่อนจะเลือกแกน 2 ตัว ผมเลือก “จิตรกรรม”
และ “ภาพพิมพ์” เพราะชอบทั้งสองอย่าง เมื่อถึงปีสามต้องเลือกเอกหลัก ผม
ลังเลอยู่ระหว่างสองทาง แต่สุดท้ายเลือก “ภาพพิมพ์” เพราะต้องใช้การวางแผน
ความละเอียด และความรู้ทางเคมี ซึ่งผมอยากเรียนรู้ให้ลึก
ผมเรียนต่อถึงระดับปริญญาโท และวาดภาพเล่นบ้างในช่วงว่าง ระหว่างเรียนก็ส่ง
ประกวด วาดขาย และเคยได้รับรางวัล ผลงานช่วงแรกค่อนข้างจริงจัง เน้นประเด็น
สังคม ซึ่งสะท้อนความคิดของผมในตอนนั้น แต่ยังไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริง จนถึงช่วง
ทำวิทยานิพนธ์ ผมเริ่มเปลี่ยนแนวไปสู่สไตล์สนุกสนานและเป็นตัวเองมากขึ้น โดย
นำองค์ประกอบการ์ตูนที่ชอบมาผสม นั่นทำให้ผลงานช่วงหลังเต็มไปด้วยความ
จริงใจและมีชีวิตชีวามากกว่าเดิม

705-cr

JY. การศึกษาได้หล่อหลอมทัศนคติและทักษะทางศิลปะของคุณอย่างไร?มีครู
หรือบุคคลใดที่มีอิทธิพลต่อผลงานบ้างไหม?
PA. หลังจบปริญญาตรีและเตรียมเรียนต่อปริญญาโท ผมเริ่มทำงานเป็นนักวาด
ภาพประกอบหนังสือ ซึ่งเป็นงานที่ผมรักมาก ตอนแรกคิดว่าง่าย เพราะการวาดคือ
สิ่งที่ถนัดอยู่แล้ว แต่จริง ๆ ยากกว่าที่คิด เพราะการวาดภาพประกอบหนังสือต้อง
แปลข้อความเป็นภาพที่สื่อความหมายได้ชัดเจน แม้จะท้าทาย แต่ก็สนุกมาก
ต่อมาผมพัฒนาจากนักวาดเป็น “นักเขียน-นักวาด” ผลิตหนังสือภาพสำหรับเด็ก
ของตัวเอง เพราะผมชอบเรื่องราว การ์ตูน และภาพยนตร์ การทำหนังสือเด็กจึง
เป็นสิ่งที่เข้ากับตัวผมอย่างเป็นธรรมชาติ ตลอดสิบกว่าปีที่ผ่านมา ผมได้ตีพิมพ์
และวาดหนังสือกว่า 30 เล่ม ถือเป็นประสบการณ์ที่มีคุณค่ามาก
ผมยังเปิดโรงเรียนศิลปะสำหรับเด็กและบริหารมานานกว่าสิบปี ซึ่งเป็นความฝันที่
อยากทำมานาน การทำงานกับเด็ก ๆ ทำให้ผมเข้าใจศิลปะในมุมของ “การเล่า
เรื่อง” มากขึ้น

P19cr

เหตุการณ์ที่เปลี่ยนชีวิตอีกครั้งเกิดขึ้นเมื่อเกือบสี่ปีที่แล้ว เมื่อผมสูญเสียภรรยาจาก
โรคมะเร็ง ระหว่างที่เธอป่วย ผมอยู่บ้านดูแลเธอและเริ่มกลับมาวาดภาพอีกครั้ง
หลังจากเธอจากไป ผมตัดสินใจทุ่มเทให้กับศิลปะส่วนตัวอย่างเต็มที่ ปิดโรงเรียน
และเลิกทำงานภาพประกอบหนังสือ
การทำงานศิลปะตอนนั้น ในช่วงแรกอาจเหมือน "สิ่งเยียวยาให้ใจผม"  แต่
หลังจากนั้นจึงได้รู้ว่า "มันคือตัวตนในตัวผม" ที่ถูกดึงกลับมาใช้อีกครั้ง
ผลงานตลอดสี่ปีที่ผ่านมา ผมใช้เทคนิคหลากหลาย ทั้งวาดเส้น สีน้ำ สีอะคริลิก สี
น้ำมัน และสีไม้ แต่ทุกชิ้นสะท้อนแรงบันดาลใจจากวัยเด็กถึงปัจจุบัน สำหรับผม
เทคนิคเป็นทั้งเครื่องมือและส่วนหนึ่งของสารที่สื่อออกไป แม้จะไม่ได้สร้างสรรค์
งานส่วนตัวต่อเนื่องหลังจบมหาวิทยาลัยเหมือนเพื่อน ๆ แต่ประสบการณ์ชีวิตที่
ผ่านมาทำให้ทักษะและมุมมองของผมลึกซึ้งยิ่งขึ้น

P2cr

JY. แนวคิดและอัตลักษณ์ในการสร้างสรรค์ผลงานทางศิลปะ
PA. หลังจากทำงานส่วนตัวเต็มเวลาได้สี่ปี ผมเพิ่งจัดนิทรรศการเดี่ยวครั้งใหญ่
เมื่อปลายเดือนกันยายน ชื่อว่า “Grow & Glow”
นิทรรศการนี้สะท้อนการเติบโตและเส้นทางชีวิตของผม ถ่ายทอดแรงบันดาลใจ
จากเทพนิยาย การ์ตูน ภาพยนตร์ วรรณกรรม และดนตรี — แต่ละเรื่องแทนช่วง
ชีวิตต่าง ๆ ทุกผลงานสร้างด้วย “สีไม้” เพียงอย่างเดียว ซึ่งเป็นเทคนิคที่ใช้เวลา
มากแต่ให้ผลลัพธ์ที่งดงาม ได้รับเสียงตอบรับดีมาก
ทุกวันนี้โลกศิลปะเปิดกว้างและหลากหลายมากขึ้น เพียงมีสมาร์ตโฟน คนก็
สามารถเข้าถึงผลงานศิลปะได้ทันที และชมงานผ่านช่องทางออนไลน์ก่อนจะไปดู
จริง ผมเชื่อว่าสิ่งนี้ช่วยให้วงการศิลปะเติบโตและมีสีสันมากขึ้น

สำหรับศิลปิน สิ่งสำคัญที่สุดคือ “ความจริงใจ” และ “ความสม่ำเสมอ” ความสำเร็จ
ต้องใช้เวลา แต่หากมีความมุ่งมั่นและศรัทธาในแนวทางของตน โอกาสจะมาถึง
เสมอ วินัยและอัตลักษณ์เป็นสิ่งจำเป็นทั้งคู่ — ขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่ง อีกสิ่งย่อมไม่
สมบูรณ์

P12cr

JY. เทคนิคและการนำเสนองานศิลปะ
PA. นิทรรศการเดี่ยวล่าสุดของผมชื่อว่า "Grow & Glow"
"ความทรงจำกับการเติบโตของช่วงวัย "บางอย่างเป็นสิ่งที่แสนธรรมดาสำหรับคน
หนึ่ง แต่อาจเป็นสิ่งพิเศษที่มีคุณค่าสำหรับบางคน อาจเป็นสิ่งล้ำค่าสำหรับอีกคน
การเติบโตของเราถูกหล่อหลอมด้วยสภาพแวดล้อม ครอบครัว มิตรภาพ และ
ความรัก — ซึ่งทั้งหมดเริ่มต้นจากความหลงใหลในสิ่งเล็ก ๆ
หากใครมีประสบการณ์หรือความรู้สึกคล้ายกัน — ไม่ว่าจะเป็นคนในครอบครัว คน
รัก หรือเพื่อน — ความรู้สึกที่แบ่งปันกันนั้นจะเติมเต็มความอบอุ่นให้กับการ
เดินทางของชีวิต
ผลงานในชุดนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากเทพนิยาย การ์ตูน ภาพยนตร์ ดนตรี และ
วรรณกรรม หยิบยกความทรงจำในวัยเด็กกลับมาถ่ายทอดใหม่ในรูปแบบโลก
คู่ขนาน ตัวละครเดิมอาจเปลี่ยนบทบาท — ฮีโร่อาจกลายเป็นวายร้าย หรือวายร้าย
อาจกลายเป็นผู้มีเมตตา ทั้งหมดขึ้นอยู่กับประสบการณ์และอารมณ์ของแต่ละคน
เมื่อยังเป็นเด็ก ผมชอบอ่านเทพนิยายและใช้เวลาหลายชั่วโมงในห้องสมุดค้นพบ
เรื่องราวที่มีมังกร แม่มด หมาป่า และสิ่งมีชีวิตมหัศจรรย์ต่าง ๆ ต่อมา การ์ตูนและ
ภาพยนตร์ยิ่งทำให้ผมผูกพันกับตัวละครเหล่านั้น ผมเริ่มวาดพวกเขา สร้างเรื่อง
ใหม่ และสะสมฟิกเกอร์ — สิ่งเหล่านี้ยังคงเป็นแรงบันดาลใจมาจนถึงวันนี้
ตัวละครยังอยู่กับผมจนถึงตอนนี้ เป็นสัญลักษณ์ของความทรงจำ ความสัมพันธ์
และช่วงเวลาแห่งความสุข
แม้แต่ในความฝัน พวกเขาก็ยังปรากฏอยู่ บางครั้งอดีตและปัจจุบันผสมกัน
กลายเป็นแรงบันดาลใจของงานใหม่ — ที่มีทั้งความเหนือจริง สนุก และลึกซึ้ง
ทางอารมณ์
สำหรับผม ทุกภาพวาดคือเรื่องราวส่วนตัว เป็น “เทพนิยาย” ที่เติบโตไปพร้อมกับ
เวลา
ผลงานในชุดนี้วาดจากจินตนาการและของสะสมส่วนตัว เช่น ของเล่น ฟิกเกอร์
และโมเดล ซึ่งแทนช่วงชีวิตต่าง ๆ ผมวาดพวกเขาด้วยความเคารพและความรัก
ผลงานเชื่อมโยงโลกแห่งจินตนาการและความจริง แสดงให้เห็นว่าความสุขจาก
ความฝันและความทรงจำสามารถเชื่อมสองโลกนี้เข้าด้วยกันได้
ทั้งชุดสร้างด้วยเทคนิค “สีไม้บนผ้าใบ” ซึ่งเป็นเทคนิคที่ช้าและใช้แรงมาก ต้องใช้
ความอดทนและความละเอียด แต่ก็เป็นความท้าทายที่ทำให้ผมค้นพบพลังการ
แสดงออกของสื่อชนิดนี้

P10cr

ผมเตรียมผ้าใบแต่ละผืนด้วยการรองพื้นหลายชั้น ทดสอบวัสดุอย่างพิถีพิถัน และ
เลือกใช้ยี่ห้อที่ดีที่สุดเพื่อให้คงทนยาวนาน
พื้นผิวของสีไม้บนผ้าใบหยาบให้สัมผัสคล้ายการเขียนบนกระดานดำในโรงเรียน
เกิดความรู้สึกคิดถึงวัยเด็กอย่างแรงกล้า ซึ่งเข้ากันกับแนวคิดของนิทรรศการอย่าง
สมบูรณ์
แม้จะใช้เวลานานกว่าสีน้ำหรือสีน้ำมัน แต่เทคนิคนี้ทำให้เกิดความนุ่มนวล
ละเมียด และลึกซึ้งในรายละเอียด แต่ละชิ้นเกิดจากการซ้อนสีหลายชั้น ทดสอบ
และผสมจนได้ผลลัพธ์ที่สดใสและทนทาน
สุดท้ายแล้ว สีไม้คือสื่อที่สมบูรณ์แบบที่สุดสำหรับนิทรรศการนี้ — ทั้งในเชิง
เทคนิคและอารมณ์ มันสะท้อนช่วงชีวิตปัจจุบันของผม ที่ความอดทน การทบทวน
และจินตนาการหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว

P1cr

ส่ง
อีเมล์
หน้านี้

 

การเลือกรูปภาพและข้อความ
Danin Adler

จานีน ยโสวันต์ เป็นนักเขียน
เธออาศัยอยู่ในเชียงใหม่ประเทศไทย
สำหรับบทความและบทวิจารณ์อื่นๆ ของ จานีน ยโสวันต์
กรุณาตรวจดู
 แฟ้มเก็บข้อมูล

Click Here for this article in English
                   
©2025 Janine Yasovant 
                   
©2025 Publication Scene4 Magazine

 

inSight

November 2025

 

  Sections Cover · This Issue · inFocus · inView · inSight · Perspectives · Special Issues
  Columnists Alenier · Alpaugh · Bettencourt · Jones · Luce · Marcott · Meiselman · Walsh
  Information Masthead · Your Support · Prior Issues · Submissions · Archives · Books
  Connections Contact Us · Comments · Subscribe · Advertising · Privacy · Terms · Letters

 | Search Archives | Share Page |

Scene4 (ISSN 1932-3603), published monthly by Scene4 Magazine
of Arts and Culture. Copyright © 2000-2025 Aviar-Dka Ltd

November 2025

Thai Airways at Scene4 Magazine
HollywoodRed-1